โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Menieres Disease)

อัพเดทล่าสุด: 29 ต.ค. 2025
2638 ผู้เข้าชม

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Menieres Disease)

ความหมาย

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือ Menieres disease เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของ หูชั้นใน ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการได้ยินและการทรงตัว สาเหตุสำคัญคือมีการสะสมของน้ำในหูชั้นในมากเกินไป (Endolymphatic hydrops) ทำให้ความดันในโพรงหูผิดปกติ ส่งผลให้เกิดความบกพร่องทั้งด้านการได้ยินและการทรงตัว โดยโรคนี้มักเกิดกับผู้ใหญ่อายุ 2050 ปี และพบได้ทั้งในเพศชายและหญิง


อาการสำคัญ

1. เวียนศีรษะบ้านหมุน (Vertigo)
เกิดขึ้นทันทีทันใด เป็นรอบ ๆ นานตั้งแต่ 20 นาทีจนถึงหลายชั่วโมง ผู้ป่วยมักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย อาการเวียนศีรษะมักกำเริบเป็นครั้ง ๆ และหายไปเอง

2. หูอื้อ หรือความดันในหูผิดปกติ
ผู้ป่วยจะรู้สึกหูตัน คล้ายมีอะไรอุดอยู่ภายในหู

3. การได้ยินลดลง (Hearing loss)
ในระยะเริ่มแรกมักเป็นการสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราว โดยเฉพาะในช่วงที่อาการกำเริบ แต่หากโรคดำเนินต่อไปเรื้อรังจะนำไปสู่การสูญเสียการได้ยินถาวร

4. เสียงรบกวนในหู (Tinnitus)
ได้ยินเสียงหึ่ง ๆ วิ้ง ๆ หรือเสียงจี่ในหูตลอดเวลา โดยเฉพาะในข้างที่มีอาการ

อาการเหล่านี้ถือเป็น สี่อาการหลัก (classic tetrad) ของโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน


สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ชัดเจน แต่ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

      - ความผิดปกติในการดูดซึมและระบายของเหลวในหูชั้นใน
      - พันธุกรรมและประวัติครอบครัว
      - การติดเชื้อไวรัสบางชนิด
      - ภูมิแพ้หรือการอักเสบเรื้อรัง
      - ปัจจัยกระตุ้น เช่น อาหารเค็มจัด คาเฟอีน แอลกอฮอล์ บุหรี่ ความเครียด และการพักผ่อนน้อย

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยอาศัย

การซักประวัติ อาการเวียนศีรษะที่เป็นรอบ ๆ ร่วมกับอาการหูอื้อ การได้ยินลดลง และเสียงรบกวนในหู
การตรวจการได้ยิน (Audiometry) พบการสูญเสียการได้ยินชนิดประสาทหู (Sensorineural hearing loss) โดยเฉพาะในย่านเสียงต่ำ
การทดสอบการทรงตัว (Vestibular test) อาจพบความผิดปกติ
MRI หรือ CT scan ใช้เพื่อวินิจฉัยโรคอื่น ๆ เช่น เนื้องอกของเส้นประสาทหู

การรักษา

1. การปรับพฤติกรรม
ลดการรับประทานเกลือ โซเดียม
ลดคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่
นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ
จัดการความเครียด


2. การรักษาด้วยยา
ยาลดเวียนศีรษะ (เช่น betahistine, meclizine)
ยาขับปัสสาวะ (เช่น hydrochlorothiazide) เพื่อช่วยลดน้ำในหู
ยาลดคลื่นไส้และอาเจียน


3. การรักษาเฉพาะทาง
ฉีดยาเข้าหูชั้นกลาง เช่น Gentamicin หรือ Steroid
การผ่าตัด เช่น Endolymphatic sac decompression หรือ Labyrinthectomy (ใช้ในรายรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น)

การดูแลตัวเองเมื่อมีอาการ

      - หยุดกิจกรรมทันทีที่เริ่มเวียนศีรษะ
      - นั่งหรือนอนนิ่ง ๆ หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวศีรษะมาก ๆ
      - หลีกเลี่ยงการขับรถหรือใช้เครื่องจักรเมื่อมีอาการ
      - แจ้งครอบครัวหรือผู้ใกล้ชิดเพื่อช่วยเหลือหากอาการรุนแรง

เพิ่มเติม

โรคน้ำในหูไม่เท่ากันเป็นโรคเรื้อรัง มีการกำเริบเป็นรอบ ๆ ในระยะแรกผู้ป่วยอาจสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราว แต่เมื่อเวลาผ่านไปอาจกลายเป็นการสูญเสียการได้ยินถาวร การรักษาและการปรับพฤติกรรมมีความสำคัญต่อการควบคุมอาการและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย


บทความที่เกี่ยวข้อง
ประสาทหูเทียม ดีอย่างไร
ประสาทหูเทียม (Cochlear Implant) คืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ช่วยให้ผู้ที่มีภาวะหูหนวกหรือหูตึงรุนแรง ซึ่งเครื่องช่วยฟังทั่วไปไม่สามารถช่วยได้ สามารถกลับมารับรู้เสียงได้อีกครั้ง โดยเป็นการส่งสัญญาณไฟฟ้าไปกระตุ้นเส้นประสาทหูโดยตรง
31 ม.ค. 2026
ทำไมสุขภาพการได้ยินจึงสำคัญ
ระบบต่างๆในร่างกายล้วนมีความเชื่อมโยงกับสมอง รวมถึงระบบการได้ยิน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคอยกระตุ้นการทำงานของสมองของคุณ เช่นเดียวกับกล้ามเนื้อแขนขาของคุณที่ต้องหมั่นออกกำลังกาย เพื่อช่วยป้องกันการเสื่อมตัวลงอย่างรวดเร็ว โดยคุณสามารถกระตุ้นการทำงานสมองของคุณได้หลากหลายวิธี เช่น การเล่นเกมส์ การแก้ปัญหาต่างๆ การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เป็นต้น
5 เม.ย. 2024
อาการไทรอยด์
แนวทางการรักษาก้อนที่ต่อมไทรอยด์ในผู้ป่วยบางรายไม่จำเป็นต้องรักษาหรือบางรายต้องมีการรักษาตามข้อบ่งชี้ซึ่งขึ้นอยู่กับสาเหตุของก้อน ขนาด ชนิด และอาการของก้อน มีแนวทางดังนี้:
3 พ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy