Share

เสียงความถี่สูง-ต่ำ ส่งผลต่อหูต่างกันอย่างไร?

Last updated: 8 Aug 2026
13 Views
เสียงความถี่สูง-ต่ำ ส่งผลต่อหูต่างกันอย่างไร?

หลายคนเข้าใจว่า "เสียงดัง" คือสาเหตุหลักที่ทำให้หูเสื่อม แต่ความจริงแล้ว ทั้งความดังและความถี่ของเสียง ล้วนมีผลต่อสุขภาพการได้ยิน

เสียงความถี่สูง

เสียงความถี่สูง เช่น เสียงนกหวีด เสียงสัญญาณเตือน หรือเสียงแหลมจากเครื่องจักร มักส่งผลต่อเซลล์ขนรับเสียงในหูชั้นในได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะเซลล์บริเวณฐานของอวัยวะรูปหอยโข่ง (cochlea) ซึ่งทำหน้าที่รับความถี่สูง หากได้รับเสียงดังต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการหูอื้อ ได้ยินเสียงพูดไม่ชัด หรือมีเสียงดังในหู (หูวิ้ง) และในการตรวจการได้ยิน (audiogram) มักพบรอยบากที่ความถี่ 4,000 เฮิรตซ์ (4,000 Hz notch) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของภาวะหูเสื่อมจากเสียงดังในระยะเริ่มต้น

เสียงความถี่ต่ำ

เสียงความถี่ต่ำ เช่น เสียงเครื่องยนต์ เสียงเบสจากลำโพง หรือเสียงเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ แม้อาจไม่รู้สึกแสบหูเท่าเสียงแหลม แต่หากได้รับเป็นเวลานานหรือมีความดังสูงมากพอ ก็ยังทำอันตรายต่อเซลล์รับเสียงได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีรายงานความสัมพันธ์ ระหว่างเสียงความถี่ต่ำกับอาการรำคาญ ปวดศีรษะ เหนื่อยล้า หรือรบกวนสมาธิและการนอนหลับ

สิ่งที่ทำลายหูมากที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นเสียงสูงหรือเสียงต่ำ หากมี ระดับความดังมากกว่า 85 เดซิเบล และได้รับต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็สามารถทำลายเซลล์รับเสียงในหูได้ ซึ่งเซลล์เหล่านี้ไม่สามารถฟื้นตัวหรือสร้างใหม่ได้ ทั้งนี้ ความเสี่ยงขึ้นกับทั้งความดังและระยะเวลาสัมผัสร่วมกัน ยกเว้นเสียงดังกระแทกรุนแรงมาก ๆ ที่ทำอันตรายได้ทันทีแม้สัมผัสเพียงครั้งเดียว

วิธีป้องกันหูเสื่อม

หลีกเลี่ยงการฟังเสียงดังเป็นเวลานาน
ใช้หูฟังตามหลัก 60/60 คือ ระดับเสียงไม่เกิน 60% ของระดับสูงสุด และฟังต่อเนื่องไม่เกิน 60 นาทีต่อครั้ง
พักหูเป็นระยะเมื่ออยู่ในที่ที่มีเสียงดัง
สวมอุปกรณ์ป้องกันเสียง หากทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง
สรุป

ความถี่ของเสียงส่งผลต่อหูแตกต่างกัน แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ "ความดัง" และ "ระยะเวลาที่สัมผัสเสียง" การลดการสัมผัสเสียงดังและดูแลสุขภาพหูอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงของการสูญเสียการได้ยินในระยะยาวได้

อ้างอิง: CDC/NIOSH – Noise and Hearing Loss Prevention

 

Related Content
อาการไทรอยด์
แนวทางการรักษาก้อนที่ต่อมไทรอยด์ในผู้ป่วยบางรายไม่จำเป็นต้องรักษาหรือบางรายต้องมีการรักษาตามข้อบ่งชี้ซึ่งขึ้นอยู่กับสาเหตุของก้อน ขนาด ชนิด และอาการของก้อน มีแนวทางดังนี้:
เสียงในชีวิตประจำวัน
โดยทั่วไปแล้วเสียงที่เราได้ยิน กันในชีวิตประจำวัน จะมีความถี่อยู่ในช่วงระหว่าง 20-20,000 เฮิรตซ์ เสียงที่มีความถี่ต่ำกว่า 20 เฮิรตซ์ หรือสูงกว่า 20,000 เฮิรตซ์ มนุษย์เราจะไม่ได้ยิน แต่สัตว์บางชนิดจะได้ยิน เช่น สุนัข สามารถได้ยินที่ความถี่ 15-50,000 เฮิรตซ์ แมวสามารถได้ยินที่ความถี่ 60-65,000 เฮิรตซ์ เป็นต้น
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Privacy Policy and Cookies Policy
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy