เลิกกินหมูดิบ ป้องกันหูดับ
Last updated: 29 Oct 2025
843 Views

เลิกกินหมูดิบ ป้องกันหูดับ
โรคติดเชื้อ Streptococcus suis เป็นโรคติดเชื้อที่พบได้ในผู้ที่บริโภคเนื้อหมูดิบหรือสัมผัสกับหมูโดยไม่มีการป้องกัน โรคนี้ไม่เพียงทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือการติดเชื้อในกระแสเลือดเท่านั้น แต่ยังอาจทำให้สูญเสียการได้ยินอย่างถาวรได้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายคนต้องพึ่งพาเครื่องช่วยฟังในภายหลัง
สาเหตุและการติดต่อ
เชื้อแบคทีเรีย Streptococcus suis พบในหมูและผลิตภัณฑ์จากหมู การติดเชื้อในคนมักเกิดจาก:
การรับประทานเนื้อหมูดิบหรือปรุงไม่สุก (เช่น ลาบหมู ก้อยหมู)
การสัมผัสเลือดหรือเนื้อหมูดิบ โดยเฉพาะหากมีบาดแผลเปิดบนผิวหนังหรือเยื่อบุ
ผู้ที่มีความเสี่ยง
ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวข้องกับหมู เช่น คนชำแหละหมู พ่อค้าเนื้อสัตว์ และคนเลี้ยงสุกร
ผู้ที่นิยมบริโภคอาหารดิบจากเนื้อหมู
ผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัวซึ่งภูมิคุ้มกันต่ำ
อาการสำคัญของโรค
อาการของโรคมักเริ่มจากไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ และอาจพัฒนาไปสู่เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งมีอาการคอแข็ง คลื่นไส้อาเจียน แพ้แสง และสับสน
ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยคือการสูญเสียการได้ยินชนิดประสาทหูเสื่อม (Sensorineural hearing loss) ซึ่งมักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและเป็นถาวร ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากต้องใช้เครื่องช่วยฟังในการดำเนินชีวิต
การรักษา
หากสงสัยว่าเป็นโรคนี้ควรรีบพบแพทย์ทันที การรักษามักใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น Penicillin G หรือ Ceftriaxone และดูแลอาการร่วม เช่น ภาวะช็อกหรือการติดเชื้อในกระแสเลือด.
การป้องกัน
หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อหมูดิบหรือสุกไม่ทั่วถึง
ปรุงเนื้อหมูให้สุกที่อุณหภูมิอย่างน้อย 70°C
สวมถุงมือเมื่อสัมผัสเนื้อหมูดิบ โดยเฉพาะหากมีแผล
ให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่นิยมบริโภคเนื้อดิบเกี่ยวกับความเสี่ยงของโรค.
บทสรุป
โรคติดเชื้อ Streptococcus suis เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ หากหลีกเลี่ยงการกินเนื้อสุกรดิบและดูแลสุขอนามัยอย่างเหมาะสม เพราะแม้โรคนี้จะรักษาได้ แต่ภาวะสูญเสียการได้ยินที่เกิดขึ้นมักถาวรและไม่สามารถฟื้นฟูได้ การตรวจสุขภาพการได้ยินเป็นประจำ และใช้เครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการได้ยินลดลงหลังติดเชื้อหรือป่วยเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ควรเข้ารับการตรวจการได้ยินโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินและเลือกใช้เครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับสภาพการได้ยิน.
โรคติดเชื้อ Streptococcus suis เป็นโรคติดเชื้อที่พบได้ในผู้ที่บริโภคเนื้อหมูดิบหรือสัมผัสกับหมูโดยไม่มีการป้องกัน โรคนี้ไม่เพียงทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือการติดเชื้อในกระแสเลือดเท่านั้น แต่ยังอาจทำให้สูญเสียการได้ยินอย่างถาวรได้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายคนต้องพึ่งพาเครื่องช่วยฟังในภายหลัง
สาเหตุและการติดต่อ
เชื้อแบคทีเรีย Streptococcus suis พบในหมูและผลิตภัณฑ์จากหมู การติดเชื้อในคนมักเกิดจาก:
การรับประทานเนื้อหมูดิบหรือปรุงไม่สุก (เช่น ลาบหมู ก้อยหมู)
การสัมผัสเลือดหรือเนื้อหมูดิบ โดยเฉพาะหากมีบาดแผลเปิดบนผิวหนังหรือเยื่อบุ
ผู้ที่มีความเสี่ยง
ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวข้องกับหมู เช่น คนชำแหละหมู พ่อค้าเนื้อสัตว์ และคนเลี้ยงสุกร
ผู้ที่นิยมบริโภคอาหารดิบจากเนื้อหมู
ผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัวซึ่งภูมิคุ้มกันต่ำ
อาการสำคัญของโรค
อาการของโรคมักเริ่มจากไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ และอาจพัฒนาไปสู่เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งมีอาการคอแข็ง คลื่นไส้อาเจียน แพ้แสง และสับสน
ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยคือการสูญเสียการได้ยินชนิดประสาทหูเสื่อม (Sensorineural hearing loss) ซึ่งมักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและเป็นถาวร ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากต้องใช้เครื่องช่วยฟังในการดำเนินชีวิต
การรักษา
หากสงสัยว่าเป็นโรคนี้ควรรีบพบแพทย์ทันที การรักษามักใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น Penicillin G หรือ Ceftriaxone และดูแลอาการร่วม เช่น ภาวะช็อกหรือการติดเชื้อในกระแสเลือด.
การป้องกัน
หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อหมูดิบหรือสุกไม่ทั่วถึง
ปรุงเนื้อหมูให้สุกที่อุณหภูมิอย่างน้อย 70°C
สวมถุงมือเมื่อสัมผัสเนื้อหมูดิบ โดยเฉพาะหากมีแผล
ให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่นิยมบริโภคเนื้อดิบเกี่ยวกับความเสี่ยงของโรค.
บทสรุป
โรคติดเชื้อ Streptococcus suis เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ หากหลีกเลี่ยงการกินเนื้อสุกรดิบและดูแลสุขอนามัยอย่างเหมาะสม เพราะแม้โรคนี้จะรักษาได้ แต่ภาวะสูญเสียการได้ยินที่เกิดขึ้นมักถาวรและไม่สามารถฟื้นฟูได้ การตรวจสุขภาพการได้ยินเป็นประจำ และใช้เครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการได้ยินลดลงหลังติดเชื้อหรือป่วยเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ควรเข้ารับการตรวจการได้ยินโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินและเลือกใช้เครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับสภาพการได้ยิน.
Related Content
ประสาทหูเทียม (Cochlear Implant) คืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ช่วยให้ผู้ที่มีภาวะหูหนวกหรือหูตึงรุนแรง ซึ่งเครื่องช่วยฟังทั่วไปไม่สามารถช่วยได้ สามารถกลับมารับรู้เสียงได้อีกครั้ง โดยเป็นการส่งสัญญาณไฟฟ้าไปกระตุ้นเส้นประสาทหูโดยตรง
โดยทั่วไปแล้วเสียงที่เราได้ยิน กันในชีวิตประจำวัน จะมีความถี่อยู่ในช่วงระหว่าง 20-20,000 เฮิรตซ์ เสียงที่มีความถี่ต่ำกว่า 20 เฮิรตซ์ หรือสูงกว่า 20,000 เฮิรตซ์ มนุษย์เราจะไม่ได้ยิน แต่สัตว์บางชนิดจะได้ยิน เช่น สุนัข สามารถได้ยินที่ความถี่ 15-50,000 เฮิรตซ์ แมวสามารถได้ยินที่ความถี่ 60-65,000 เฮิรตซ์ เป็นต้น


