แชร์

เสียงดังในหูTinnitus

อัพเดทล่าสุด: 6 ก.ย. 2025
1545 ผู้เข้าชม
เสียงดังในหูอาการที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ!

คุณเคยได้ยินเสียง จิ้งหรีด หรือ หึ่งๆ ซ่าๆ อยู่ในหูไหม?  
ทั้งที่รอบตัวเงียบสนิท... แต่มันดังอยู่ในหูเราเพียงคนเดียว?

อาการนี้เรียกว่า "เสียงดังในหู" (Tinnitus)
บางรายแค่รำคาญนอนไม่หลับ
แต่บางราย...อาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงก็ได้!

การจำแนกประเภทของเสียงดังในหู (Tinnitus Classification)

โดยทั่วไป เสียงดังในหูสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

1. Subjective Tinnitus (เสียงดังในหูชนิดที่ผู้ป่วยได้ยินคนเดียว)
        เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด

        ลักษณะอาการ คือ ผู้ป่วยเป็นเพียงผู้เดียวที่ได้ยินเสียงดังในหู บุคคลอื่นไม่สามารถตรวจพบได้

        กลไกมักเกิดจากความผิดปกติของระบบการได้ยิน ไม่ว่าจะเป็น หูชั้นใน (cochlea), ประสาทหู (auditory nerve), หรือการประมวลผลเสียงในสมอง (central auditory pathway)

สาเหตุที่พบได้บ่อย:

        การสูญเสียการได้ยินจากอายุ (presbycusis)

        ขี้หูอุดตัน

        การสัมผัสเสียงดังเรื้อรัง (noise-induced hearing loss)

        ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด (เช่น aminoglycosides, aspirin, loop diuretics, platinum-based chemotherapy)

        แรงดันเปลี่ยน เช่น ดำน้ำลึก-ขึ้นที่สูง

        โรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง

        โรคเฉพาะทางหู เช่น Ménières disease หรือภาวะ acoustic neuroma

        แก้วหูทะลุ


2. Objective Tinnitus (เสียงดังในหูชนิดที่แพทย์ตรวจพบ)
        เป็นชนิดที่พบได้น้อยมาก

        ลักษณะอาการ คือ เสียงดังในหูที่สามารถตรวจพบได้จริง โดยแพทย์สามารถฟังได้ผ่านการใช้ stethoscope หรือเครื่องมือเฉพาะ

        กลไกที่เกี่ยวข้องเกิดจากแหล่งกำเนิดเสียงทางกายภาพภายในร่างกาย เช่น การไหลเวียนของเลือดหรือการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ

สาเหตุที่พบได้บ่อย:

        ความผิดปกติของหลอดเลือด (vascular anomalies) เช่น arteriovenous malformation, carotid stenosis, aneurysm

        ภาวะที่ทำให้เกิดเสียงร่วมจังหวะกับชีพจร (pulsatile tinnitus)

        ความผิดปกติของกล้ามเนื้อบริเวณหูชั้นกลางหดตัวผิดจังหวะ (tensor tympani หรือ stapedius muscle spasm)

        ความผิดปกติของโครงสร้างในกะโหลกศีรษะหรือหูชั้นกลาง

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
การใช้ชีวิตกับเครื่องช่วยฟัง
ไม่ว่าจะเล่นน้ำในแอ่งน้ำ ขุดทราย หรือออกกำลังกายจนเหงื่อออก หรือระหว่างเล่นเกม เด็กๆ มักจะเล่นซนจนทำให้ข้าวของเสียหาย และเครื่องช่วยฟังก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เครื่องช่วยฟังสำหรับเด็กของ Oticon ได้รับการออกแบบและทดสอบแล้วว่าแข็งแรง ทนทาน และพร้อมรับมือกับความท้าทายของเด็กๆ และแม้ว่าจะได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงความทนทาน เครื่องช่วยฟังสำหรับเด็กของ Oticon ก็ไม่เคยละทิ้งเทคโนโลยีขั้นสูง
เสียงในชีวิตประจำวัน
โดยทั่วไปแล้วเสียงที่เราได้ยิน กันในชีวิตประจำวัน จะมีความถี่อยู่ในช่วงระหว่าง 20-20,000 เฮิรตซ์ เสียงที่มีความถี่ต่ำกว่า 20 เฮิรตซ์ หรือสูงกว่า 20,000 เฮิรตซ์ มนุษย์เราจะไม่ได้ยิน แต่สัตว์บางชนิดจะได้ยิน เช่น สุนัข สามารถได้ยินที่ความถี่ 15-50,000 เฮิรตซ์ แมวสามารถได้ยินที่ความถี่ 60-65,000 เฮิรตซ์ เป็นต้น
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy