เสียงดังในหูTinnitus
Last updated: 6 Sept 2025
2524 Views

เสียงดังในหูอาการที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ!
คุณเคยได้ยินเสียง จิ้งหรีด หรือ หึ่งๆ ซ่าๆ อยู่ในหูไหม?
ทั้งที่รอบตัวเงียบสนิท... แต่มันดังอยู่ในหูเราเพียงคนเดียว?
อาการนี้เรียกว่า "เสียงดังในหู" (Tinnitus)
บางรายแค่รำคาญนอนไม่หลับ
แต่บางราย...อาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงก็ได้!
การจำแนกประเภทของเสียงดังในหู (Tinnitus Classification)
โดยทั่วไป เสียงดังในหูสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่
1. Subjective Tinnitus (เสียงดังในหูชนิดที่ผู้ป่วยได้ยินคนเดียว)
เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด
ลักษณะอาการ คือ ผู้ป่วยเป็นเพียงผู้เดียวที่ได้ยินเสียงดังในหู บุคคลอื่นไม่สามารถตรวจพบได้
กลไกมักเกิดจากความผิดปกติของระบบการได้ยิน ไม่ว่าจะเป็น หูชั้นใน (cochlea), ประสาทหู (auditory nerve), หรือการประมวลผลเสียงในสมอง (central auditory pathway)
สาเหตุที่พบได้บ่อย:
การสูญเสียการได้ยินจากอายุ (presbycusis)
ขี้หูอุดตัน
การสัมผัสเสียงดังเรื้อรัง (noise-induced hearing loss)
ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด (เช่น aminoglycosides, aspirin, loop diuretics, platinum-based chemotherapy)
แรงดันเปลี่ยน เช่น ดำน้ำลึก-ขึ้นที่สูง
โรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง
โรคเฉพาะทางหู เช่น Ménières disease หรือภาวะ acoustic neuroma
แก้วหูทะลุ
2. Objective Tinnitus (เสียงดังในหูชนิดที่แพทย์ตรวจพบ)
เป็นชนิดที่พบได้น้อยมาก
ลักษณะอาการ คือ เสียงดังในหูที่สามารถตรวจพบได้จริง โดยแพทย์สามารถฟังได้ผ่านการใช้ stethoscope หรือเครื่องมือเฉพาะ
กลไกที่เกี่ยวข้องเกิดจากแหล่งกำเนิดเสียงทางกายภาพภายในร่างกาย เช่น การไหลเวียนของเลือดหรือการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ
สาเหตุที่พบได้บ่อย:
ความผิดปกติของหลอดเลือด (vascular anomalies) เช่น arteriovenous malformation, carotid stenosis, aneurysm
ภาวะที่ทำให้เกิดเสียงร่วมจังหวะกับชีพจร (pulsatile tinnitus)
ความผิดปกติของกล้ามเนื้อบริเวณหูชั้นกลางหดตัวผิดจังหวะ (tensor tympani หรือ stapedius muscle spasm)
ความผิดปกติของโครงสร้างในกะโหลกศีรษะหรือหูชั้นกลาง
คุณเคยได้ยินเสียง จิ้งหรีด หรือ หึ่งๆ ซ่าๆ อยู่ในหูไหม?
ทั้งที่รอบตัวเงียบสนิท... แต่มันดังอยู่ในหูเราเพียงคนเดียว?
อาการนี้เรียกว่า "เสียงดังในหู" (Tinnitus)
บางรายแค่รำคาญนอนไม่หลับ
แต่บางราย...อาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงก็ได้!
การจำแนกประเภทของเสียงดังในหู (Tinnitus Classification)
โดยทั่วไป เสียงดังในหูสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่
1. Subjective Tinnitus (เสียงดังในหูชนิดที่ผู้ป่วยได้ยินคนเดียว)
เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด
ลักษณะอาการ คือ ผู้ป่วยเป็นเพียงผู้เดียวที่ได้ยินเสียงดังในหู บุคคลอื่นไม่สามารถตรวจพบได้
กลไกมักเกิดจากความผิดปกติของระบบการได้ยิน ไม่ว่าจะเป็น หูชั้นใน (cochlea), ประสาทหู (auditory nerve), หรือการประมวลผลเสียงในสมอง (central auditory pathway)
สาเหตุที่พบได้บ่อย:
การสูญเสียการได้ยินจากอายุ (presbycusis)
ขี้หูอุดตัน
การสัมผัสเสียงดังเรื้อรัง (noise-induced hearing loss)
ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด (เช่น aminoglycosides, aspirin, loop diuretics, platinum-based chemotherapy)
แรงดันเปลี่ยน เช่น ดำน้ำลึก-ขึ้นที่สูง
โรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง
โรคเฉพาะทางหู เช่น Ménières disease หรือภาวะ acoustic neuroma
แก้วหูทะลุ
2. Objective Tinnitus (เสียงดังในหูชนิดที่แพทย์ตรวจพบ)
เป็นชนิดที่พบได้น้อยมาก
ลักษณะอาการ คือ เสียงดังในหูที่สามารถตรวจพบได้จริง โดยแพทย์สามารถฟังได้ผ่านการใช้ stethoscope หรือเครื่องมือเฉพาะ
กลไกที่เกี่ยวข้องเกิดจากแหล่งกำเนิดเสียงทางกายภาพภายในร่างกาย เช่น การไหลเวียนของเลือดหรือการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ
สาเหตุที่พบได้บ่อย:
ความผิดปกติของหลอดเลือด (vascular anomalies) เช่น arteriovenous malformation, carotid stenosis, aneurysm
ภาวะที่ทำให้เกิดเสียงร่วมจังหวะกับชีพจร (pulsatile tinnitus)
ความผิดปกติของกล้ามเนื้อบริเวณหูชั้นกลางหดตัวผิดจังหวะ (tensor tympani หรือ stapedius muscle spasm)
ความผิดปกติของโครงสร้างในกะโหลกศีรษะหรือหูชั้นกลาง
Related Content
RFA คือการรักษาก้อนไทรอยด์โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ แพทย์จะสอดเข็มขนาดเล็กเข้าไปยังบริเวณก้อนโดยตรง ภายใต้การมองเห็นผ่านเครื่องอัลตราซาวด์แบบเรียลไทม์ คลื่นความถี่วิทยุจะสร้างความร้อนทำลายเนื้อเยื่อของก้อน ทำให้ก้อนค่อย ๆ ฝ่อลงตามระยะเวลา
ก้อนที่ต่อมไทรอยด์ (Thyroid Nodule)
ก้อนที่ต่อมไทรอยด์ หรือ Thyroid Nodule เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อมีการก่อตัวของก้อนเนื้อในต่อมไทรอยด์ ซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าของลำคอใกล้กับลูกกระเดือก ก้อนเหล่านี้สามารถเกิดได้หลายรูปแบบ อาจเป็นเนื้อเยื่อธรรมดาหรือเนื้อเยื่อผิดปกติ และอาจเป็นได้ทั้งแบบมีพิษหรือไม่มีพิษ ส่วนใหญ่ก้อนที่ต่อมไทรอยด์มักไม่ก่อให้เกิดอาการใด ๆ แต่ในบางกรณีสามารถส่งผลต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์หรือก่อให้เกิดภาวะไทรอยด์เป็นพิษได้


