Share

เสียงดังในหูTinnitus

Last updated: 6 Sept 2025
1713 Views
เสียงดังในหูอาการที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ!

คุณเคยได้ยินเสียง จิ้งหรีด หรือ หึ่งๆ ซ่าๆ อยู่ในหูไหม?  
ทั้งที่รอบตัวเงียบสนิท... แต่มันดังอยู่ในหูเราเพียงคนเดียว?

อาการนี้เรียกว่า "เสียงดังในหู" (Tinnitus)
บางรายแค่รำคาญนอนไม่หลับ
แต่บางราย...อาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงก็ได้!

การจำแนกประเภทของเสียงดังในหู (Tinnitus Classification)

โดยทั่วไป เสียงดังในหูสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

1. Subjective Tinnitus (เสียงดังในหูชนิดที่ผู้ป่วยได้ยินคนเดียว)
        เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด

        ลักษณะอาการ คือ ผู้ป่วยเป็นเพียงผู้เดียวที่ได้ยินเสียงดังในหู บุคคลอื่นไม่สามารถตรวจพบได้

        กลไกมักเกิดจากความผิดปกติของระบบการได้ยิน ไม่ว่าจะเป็น หูชั้นใน (cochlea), ประสาทหู (auditory nerve), หรือการประมวลผลเสียงในสมอง (central auditory pathway)

สาเหตุที่พบได้บ่อย:

        การสูญเสียการได้ยินจากอายุ (presbycusis)

        ขี้หูอุดตัน

        การสัมผัสเสียงดังเรื้อรัง (noise-induced hearing loss)

        ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด (เช่น aminoglycosides, aspirin, loop diuretics, platinum-based chemotherapy)

        แรงดันเปลี่ยน เช่น ดำน้ำลึก-ขึ้นที่สูง

        โรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง

        โรคเฉพาะทางหู เช่น Ménières disease หรือภาวะ acoustic neuroma

        แก้วหูทะลุ


2. Objective Tinnitus (เสียงดังในหูชนิดที่แพทย์ตรวจพบ)
        เป็นชนิดที่พบได้น้อยมาก

        ลักษณะอาการ คือ เสียงดังในหูที่สามารถตรวจพบได้จริง โดยแพทย์สามารถฟังได้ผ่านการใช้ stethoscope หรือเครื่องมือเฉพาะ

        กลไกที่เกี่ยวข้องเกิดจากแหล่งกำเนิดเสียงทางกายภาพภายในร่างกาย เช่น การไหลเวียนของเลือดหรือการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ

สาเหตุที่พบได้บ่อย:

        ความผิดปกติของหลอดเลือด (vascular anomalies) เช่น arteriovenous malformation, carotid stenosis, aneurysm

        ภาวะที่ทำให้เกิดเสียงร่วมจังหวะกับชีพจร (pulsatile tinnitus)

        ความผิดปกติของกล้ามเนื้อบริเวณหูชั้นกลางหดตัวผิดจังหวะ (tensor tympani หรือ stapedius muscle spasm)

        ความผิดปกติของโครงสร้างในกะโหลกศีรษะหรือหูชั้นกลาง

 


Related Content
เสียงในชีวิตประจำวัน
โดยทั่วไปแล้วเสียงที่เราได้ยิน กันในชีวิตประจำวัน จะมีความถี่อยู่ในช่วงระหว่าง 20-20,000 เฮิรตซ์ เสียงที่มีความถี่ต่ำกว่า 20 เฮิรตซ์ หรือสูงกว่า 20,000 เฮิรตซ์ มนุษย์เราจะไม่ได้ยิน แต่สัตว์บางชนิดจะได้ยิน เช่น สุนัข สามารถได้ยินที่ความถี่ 15-50,000 เฮิรตซ์ แมวสามารถได้ยินที่ความถี่ 60-65,000 เฮิรตซ์ เป็นต้น
การใช้ชีวิตกับเครื่องช่วยฟัง
ไม่ว่าจะเล่นน้ำในแอ่งน้ำ ขุดทราย หรือออกกำลังกายจนเหงื่อออก หรือระหว่างเล่นเกม เด็กๆ มักจะเล่นซนจนทำให้ข้าวของเสียหาย และเครื่องช่วยฟังก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เครื่องช่วยฟังสำหรับเด็กของ Oticon ได้รับการออกแบบและทดสอบแล้วว่าแข็งแรง ทนทาน และพร้อมรับมือกับความท้าทายของเด็กๆ และแม้ว่าจะได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงความทนทาน เครื่องช่วยฟังสำหรับเด็กของ Oticon ก็ไม่เคยละทิ้งเทคโนโลยีขั้นสูง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Privacy Policy and Cookies Policy
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy