Share

RFA รักษาก้อนไทรอยด์โดยไม่ต้องผ่าตัด

Last updated: 23 May 2026
7 Views

RFA รักษาก้อนไทรอยด์โดยไม่ต้องผ่าตัด

RFA คืออะไร?

RFA (Radiofrequency Ablation) คือการรักษาโดยใช้เข็มขนาดเล็กปล่อยพลังงานคลื่นความถี่วิทยุเข้าไปยังก้อนไทรอยด์ ภายใต้การนำทางด้วยอัลตราซาวด์แบบ Real-time ความร้อนที่เกิดขึ้นจะทำลายเซลล์ภายในก้อน ทำให้ก้อนค่อย ๆ ฝ่อลงตามธรรมชาติ โดยแพทย์ใช้เพียงแผลเล็กมากบริเวณผิวหนัง และส่วนใหญ่ใช้แค่ยาชาเฉพาะที่ ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ภายในวันเดียวโดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล

ใครบ้างที่เหมาะกับการรักษาด้วย RFA?

ตามแนวทางของ Korean Society of Thyroid Radiology (KSThR 2017) และ European Thyroid Association (ETA 2020) RFA เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

1. ยืนยันพยาธิวิทยาว่าไม่ใช่มะเร็ง

·     ผ่านการตรวจเจาะเซลล์ด้วยเข็มละเอียด (FNA) อย่างน้อย 2 ครั้ง โดยอัลตราซาวด์นำทาง

·     ผลเซลล์วิทยาออกมาเป็น Bethesda II (Benign) ทั้งสองครั้ง

·     หรือตรวจครั้งเดียวก็ได้ หากลักษณะ Ultrasound ของก้อนมีความเสี่ยงต่ำมาก (ACR TI-RADS 1–3)

2. มีอาการหรือปัญหาด้านความสวยงาม

·     มีอาการกดเบียด เช่น แน่นคอ กลืนลำบาก หายใจไม่สะดวก หรือเสียงเปลี่ยน

·     ก้อนโตจนมองเห็นชัด หรือทำให้คอโป่งนูน สร้างความไม่มั่นใจ

·     ก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อติดตามด้วย Ultrasound

3. ก้อนที่ทำงานเองผิดปกติ (AFTN) ในบางกรณี

·     ก้อนชนิดนี้ผลิตฮอร์โมนเองโดยไม่รอสัญญาณจากสมอง ทำให้ฮอร์โมนไทรอยด์สูงผิดปกติ

·     การรักษาหลักของภาวะนี้คือยา ไอโอดีนรังสี หรือการผ่าตัด โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม

·     RFA อาจเป็นทางเลือกเสริมในกรณีที่แพทย์เห็นสมควร เช่น ผู้ที่ไม่เหมาะหรือปฏิเสธวิธีอื่น

4. ปฏิเสธการผ่าตัดหรือมีความเสี่ยงสูงจากการผ่าตัด

·     ผู้ป่วยที่ไม่ต้องการผ่าตัด หรือกังวลเรื่องแผลเป็น

·     ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ทำให้มีความเสี่ยงสูงจากการดมยาสลบหรือผ่าตัด

 

⚠️ ข้อห้ามและข้อควรระวัง

·     ก้อนที่สงสัยว่าเป็นมะเร็ง หรือผล FNA เป็น Bethesda IV–VI

·     ก้อนที่มีส่วนต่อขยายเข้าช่องทรวงอก (Mediastinal extension)

·     จำเป็นต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินเป็นรายบุคคลก่อนทุกครั้ง

 
RFA เทียบกับการผ่าตัดแบบเดิม
 
การผ่าตัดแบบเดิม             
❌ มีแผลผ่าตัดที่คอ               
❌ พักฟื้น 1–2 สัปดาห์ขึ้นไป   
❌ ดมยาสลบ                         
❌ ความเสี่ยงต่อเส้นประสาทเสียง
❌ อาจต้องกินยาไทรอยด์ตลอดชีวิต 
 

RFA (ไม่ต้องผ่าตัด)
✅ แผลเล็กมาก ไม่เห็นชัด
✅ กลับบ้านได้ในวันเดียว
✅ ใช้เพียงยาชาเฉพาะที่
✅ ความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนต่ำ
✅ รักษาการทำงานของต่อมไทรอยด์ได้

ความปลอดภัยของ RFA

RFA ถือเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง หากดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และใช้อุปกรณ์มาตรฐานระดับสากล


ผลข้างเคียงที่อาจพบหลังทำหัตถการ (ส่วนใหญ่หายได้เอง)

·     ปวดตึงเล็กน้อยบริเวณคอ — มักหายภายใน 2–3 วัน

·     อาการบวมชั่วคราว — ลดลงได้เองตามธรรมชาติ

·     เสียงแหบเล็กน้อยชั่วคราว — พบได้น้อยมาก และมักหายเองในไม่กี่สัปดาห์

 

RFA ทางเลือกใหม่ของการรักษาไทรอยด์

ปัจจุบัน Radiofrequency Ablation ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในหลายประเทศ และเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในประเทศไทย เพราะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ โดยลดความเจ็บปวด ลดระยะพักฟื้น และช่วยคงคุณภาพชีวิตหลังการรักษาได้ดี

หากคุณมีก้อนไทรอยด์และกำลังมองหาทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัด การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมของการรักษาด้วย RFA อาจเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคุณ


Related Content
โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Menieres Disease)
โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือ Menieres disease เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของ หูชั้นใน ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการได้ยินและการทรงตัว สาเหตุสำคัญคือมีการสะสมของน้ำในหูชั้นในมากเกินไป (Endolymphatic hydrops) ทำให้ความดันในโพรงหูผิดปกติ ส่งผลให้เกิดความบกพร่องทั้งด้านการได้ยินและการทรงตัว โดยโรคนี้มักเกิดกับผู้ใหญ่อายุ 2050 ปี และพบได้ทั้งในเพศชายและหญิง
เสียงในชีวิตประจำวัน
โดยทั่วไปแล้วเสียงที่เราได้ยิน กันในชีวิตประจำวัน จะมีความถี่อยู่ในช่วงระหว่าง 20-20,000 เฮิรตซ์ เสียงที่มีความถี่ต่ำกว่า 20 เฮิรตซ์ หรือสูงกว่า 20,000 เฮิรตซ์ มนุษย์เราจะไม่ได้ยิน แต่สัตว์บางชนิดจะได้ยิน เช่น สุนัข สามารถได้ยินที่ความถี่ 15-50,000 เฮิรตซ์ แมวสามารถได้ยินที่ความถี่ 60-65,000 เฮิรตซ์ เป็นต้น
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Privacy Policy and Cookies Policy
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy