แก้วหูทะลุ เกิดจากอะไร? อันตรายแค่ไหน? รู้สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา
Last updated: 10 Oct 2026
17 Views
แก้วหูทะลุ เกิดจากอะไร? อันตรายแค่ไหน? รู้สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา
แก้วหูทะลุ (Tympanic membrane perforation) เป็นภาวะที่เยื่อแก้วหูเกิดการฉีกขาดหรือมีรูทะลุ ซึ่งอาจส่งผลให้การได้ยินลดลง มีเสียงดังในหู หรือมีของเหลวไหลออกจากหู แม้แก้วหูทะลุจากการบาดเจ็บส่วนใหญ่สามารถสมานตัวเองได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงประมาณ 3 เดือน แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการตรวจและดูแลอย่างเหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและปัญหาการได้ยินในระยะยาว
แก้วหูทะลุเกิดจากอะไร?
แก้วหูเป็นเยื่อบาง ๆ ที่กั้นระหว่างช่องหูชั้นนอกและหูชั้นกลาง ทำหน้าที่รับแรงสั่นสะเทือนของเสียงและส่งต่อไปยังกระดูกหูชั้นกลาง ก่อนเข้าสู่หูชั้นใน นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้น้ำและเชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่หูชั้นกลาง เมื่อแก้วหูเกิดการฉีกขาดหรือทะลุ จึงอาจส่งผลทั้งต่อการได้ยินและเพิ่มโอกาสติดเชื้อ
สาเหตุของ แก้วหูทะลุ ที่พบได้บ่อย ได้แก่
1. หูชั้นกลางอักเสบ
การติดเชื้อในหูชั้นกลางแบบเฉียบพลัน ซึ่งพบบ่อยในเด็ก อาจทำให้มีหนองสะสมอยู่หลังแก้วหู เมื่อแรงดันเพิ่มขึ้นมาก แก้วหูอาจทะลุและมีหนองไหลออกมา ส่วนหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง (หูน้ำหนวก) อาจทำให้เกิดรูทะลุที่ไม่ปิดและมีหนองไหลเป็น ๆ หาย ๆ
2. การแคะหูหรือใส่วัตถุเข้าไปในหู
การใช้คอตตอนบัด ไม้แคะหู กิ๊บติดผม หรือสิ่งของอื่น ๆ เข้าไปในช่องหูลึกเกินไป รวมถึงการฉีดล้างหูด้วยแรงดันสูง อาจทำให้แก้วหูได้รับบาดเจ็บและเกิดการทะลุได้
3. การเปลี่ยนแปลงความดันอย่างรวดเร็ว (Barotrauma)
การดำน้ำ การขึ้นลงเครื่องบิน หรือการเปลี่ยนแปลงความดันอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะขณะเป็นหวัดหรือคัดจมูกจนท่อปรับความดันหู (Eustachian tube) ทำงานได้ไม่ดี อาจทำให้ความดันในหูชั้นกลางและภายนอกแตกต่างกันมากจนแก้วหูได้รับความเสียหาย
4. การถูกตบหูหรือแรงอัดจากการระเบิด
การถูกตบหรือกระแทกบริเวณใบหูด้วยฝ่ามือ รวมถึงแรงอัดอากาศจากการระเบิดหรือเสียงดังรุนแรงอย่างฉับพลันใกล้หู ทำให้แรงดันในช่องหูสูงขึ้นทันทีจนแก้วหูฉีกขาดได้ และในบางรายอาจกระทบถึงหูชั้นในร่วมด้วย
5. อุบัติเหตุบริเวณศีรษะและหู
การบาดเจ็บรุนแรงบริเวณศีรษะ เช่น กระดูกขมับแตก (Temporal bone fracture) หรือการบาดเจ็บจากความร้อน เช่น สะเก็ดไฟจากการเชื่อมโลหะกระเด็นเข้าหู อาจทำให้แก้วหูและโครงสร้างภายในหูได้รับความเสียหาย
อาการแก้วหูทะลุ มีอะไรบ้าง?
อาการของแก้วหูทะลุอาจแตกต่างกันไปตามสาเหตุและความรุนแรง บางรายโดยเฉพาะรูทะลุที่เป็นมานานอาจแทบไม่มีอาการ อาการที่พบได้ เช่น
ปวดหูอย่างฉับพลันขณะเกิดการบาดเจ็บ (ในกรณีหูชั้นกลางอักเสบ อาการปวดมักทุเลาลงหลังแก้วหูทะลุและมีหนองไหลออก)
หูอื้อ หรือรู้สึกว่าหูอุดตัน
ได้ยินเสียงเบาลงหรือได้ยินไม่ชัด
มีเสียงดังในหู เช่น เสียงวิ้ง หรือเสียงหึ่ง
มีน้ำ หนอง หรือเลือดไหลออกจากหู
เวียนศีรษะหรือเสียการทรงตัวในบางราย
หากมีอาการเหล่านี้ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ และหากมีอาการ ได้ยินลดลงมากอย่างฉับพลัน เวียนศีรษะบ้านหมุนรุนแรง คลื่นไส้อาเจียน หรือเสียการทรงตัว ควรพบแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจเป็นสัญญาณของการบาดเจ็บถึงหูชั้นใน
แก้วหูทะลุอันตรายไหม?
โดยทั่วไป แก้วหูทะลุไม่ได้ทำให้สูญเสียการได้ยินถาวรเสมอไป เพราะรูทะลุขนาดเล็กจากการบาดเจ็บส่วนใหญ่สามารถปิดและสมานตัวเองได้
อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงขึ้นอยู่กับ ขนาดและตำแหน่งของรู สาเหตุที่ทำให้แก้วหูทะลุ รวมถึงความเสียหายต่อโครงสร้างส่วนอื่นของหู
หากแก้วหูไม่สามารถสมานตัวเอง หรือมีการติดเชื้อร่วมด้วย อาจกลายเป็นหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง มีหนองไหลจากหูเป็น ๆ หาย ๆ และการได้ยินลดลงอย่างต่อเนื่อง ในบางรายอาจเกิดโรคคอเลสเตียโตมา (Cholesteatoma) ในหูชั้นกลาง ซึ่งค่อย ๆ ทำลายกระดูกหูและโครงสร้างข้างเคียง
ดังนั้น หากสงสัยว่าแก้วหูทะลุ ไม่ควรซื้อยาหยอดหูมาใช้เอง เนื่องจากยาหยอดหูบางชนิดอาจเป็นพิษต่อหูชั้นในเมื่อแก้วหูทะลุ และไม่ควรพยายามแคะหรือทำความสะอาดภายในหูด้วยตนเอง ควรได้รับการตรวจและประเมินโดยแพทย์ก่อน
แก้วหูทะลุรักษาอย่างไร?
การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ ขนาด และตำแหน่งของรูทะลุ ในกรณีรูทะลุขนาดเล็กจากการบาดเจ็บและไม่มีการติดเชื้อ แพทย์มักแนะนำให้เฝ้าติดตามอาการร่วมกับระวังไม่ให้น้ำเข้าหู เนื่องจากแก้วหูส่วนใหญ่สามารถสมานตัวเองได้
หากมีการติดเชื้อ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาหยอดหูชนิดที่ปลอดภัยต่อหูชั้นใน ร่วมกับการทำความสะอาดหูโดยแพทย์ และในบางกรณีอาจให้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน ส่วนกรณีที่รูทะลุไม่ปิดเองภายในประมาณ 3 เดือน มีหนองไหลซ้ำ หรือการได้ยินลดลงชัดเจน อาจพิจารณาการปิดรูแก้วหูด้วยแผ่นปะ (Paper patch) หรือการผ่าตัดปะแก้วหู (Myringoplasty / Tympanoplasty)
นอกจากนี้ แพทย์มักแนะนำให้ตรวจการได้ยิน (Audiometry) เพื่อประเมินระดับการได้ยิน และดูว่ามีการบาดเจ็บของหูชั้นในร่วมด้วยหรือไม่
ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อแก้วหูทะลุ?
ในช่วงที่แก้วหูยังไม่หาย ควรดูแลหูอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะ
หลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำเข้าหู เช่น ใช้สำลีอุดหูขณะอาบน้ำหรือสระผม
งดว่ายน้ำจนกว่าแพทย์จะประเมินว่าปลอดภัย
ไม่แคะหูหรือใช้คอตตอนบัดเข้าไปในช่องหู
ไม่หยอดยาเข้าหูเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรง ๆ หรือการบีบจมูกเป่าลมเพื่อปรับความดันหู
หลีกเลี่ยงเสียงดังและการสัมผัสเสียงรุนแรง
มาตรวจติดตามตามนัด เพื่อดูการสมานของแก้วหูและตรวจการได้ยินซ้ำ
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์?
หากมีอาการ ปวดหูอย่างรุนแรง ได้ยินลดลง มีเลือดหรือน้ำไหลออกจากหู หูอื้อหลังได้รับเสียงดังหรือการกระแทก เวียนศีรษะ มีไข้ร่วมกับปวดหู หรือใบหน้าอ่อนแรง/ปากเบี้ยว ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว รวมถึงกรณีที่มีน้ำหรือหนองไหลจากหูเป็น ๆ หาย ๆ แม้ไม่มีอาการปวด
การส่องตรวจหูและการตรวจการได้ยินช่วยให้ทราบว่าแก้วหูได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงใด และช่วยให้วางแผนการรักษาได้เหมาะสม
สรุป
แก้วหูทะลุเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่หูชั้นกลางอักเสบ การแคะหู การเปลี่ยนแปลงความดัน การถูกตบหูหรือแรงระเบิด ไปจนถึงอุบัติเหตุ แม้รูทะลุขนาดเล็กจำนวนมากสามารถหายได้เอง แต่ไม่ควรละเลย เพราะบางรายอาจมีการติดเชื้อ กลายเป็นหูน้ำหนวกเรื้อรัง หรือมีการได้ยินลดลงตามมา
หากมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการได้ยินหรือสงสัยว่าแก้วหูทะลุ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์หู คอ จมูก เพื่อประเมินสาเหตุและแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
แก้วหูทะลุ (Tympanic membrane perforation) เป็นภาวะที่เยื่อแก้วหูเกิดการฉีกขาดหรือมีรูทะลุ ซึ่งอาจส่งผลให้การได้ยินลดลง มีเสียงดังในหู หรือมีของเหลวไหลออกจากหู แม้แก้วหูทะลุจากการบาดเจ็บส่วนใหญ่สามารถสมานตัวเองได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงประมาณ 3 เดือน แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการตรวจและดูแลอย่างเหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและปัญหาการได้ยินในระยะยาว
แก้วหูทะลุเกิดจากอะไร?
แก้วหูเป็นเยื่อบาง ๆ ที่กั้นระหว่างช่องหูชั้นนอกและหูชั้นกลาง ทำหน้าที่รับแรงสั่นสะเทือนของเสียงและส่งต่อไปยังกระดูกหูชั้นกลาง ก่อนเข้าสู่หูชั้นใน นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้น้ำและเชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่หูชั้นกลาง เมื่อแก้วหูเกิดการฉีกขาดหรือทะลุ จึงอาจส่งผลทั้งต่อการได้ยินและเพิ่มโอกาสติดเชื้อ
สาเหตุของ แก้วหูทะลุ ที่พบได้บ่อย ได้แก่
1. หูชั้นกลางอักเสบ
การติดเชื้อในหูชั้นกลางแบบเฉียบพลัน ซึ่งพบบ่อยในเด็ก อาจทำให้มีหนองสะสมอยู่หลังแก้วหู เมื่อแรงดันเพิ่มขึ้นมาก แก้วหูอาจทะลุและมีหนองไหลออกมา ส่วนหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง (หูน้ำหนวก) อาจทำให้เกิดรูทะลุที่ไม่ปิดและมีหนองไหลเป็น ๆ หาย ๆ
2. การแคะหูหรือใส่วัตถุเข้าไปในหู
การใช้คอตตอนบัด ไม้แคะหู กิ๊บติดผม หรือสิ่งของอื่น ๆ เข้าไปในช่องหูลึกเกินไป รวมถึงการฉีดล้างหูด้วยแรงดันสูง อาจทำให้แก้วหูได้รับบาดเจ็บและเกิดการทะลุได้
3. การเปลี่ยนแปลงความดันอย่างรวดเร็ว (Barotrauma)
การดำน้ำ การขึ้นลงเครื่องบิน หรือการเปลี่ยนแปลงความดันอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะขณะเป็นหวัดหรือคัดจมูกจนท่อปรับความดันหู (Eustachian tube) ทำงานได้ไม่ดี อาจทำให้ความดันในหูชั้นกลางและภายนอกแตกต่างกันมากจนแก้วหูได้รับความเสียหาย
4. การถูกตบหูหรือแรงอัดจากการระเบิด
การถูกตบหรือกระแทกบริเวณใบหูด้วยฝ่ามือ รวมถึงแรงอัดอากาศจากการระเบิดหรือเสียงดังรุนแรงอย่างฉับพลันใกล้หู ทำให้แรงดันในช่องหูสูงขึ้นทันทีจนแก้วหูฉีกขาดได้ และในบางรายอาจกระทบถึงหูชั้นในร่วมด้วย
5. อุบัติเหตุบริเวณศีรษะและหู
การบาดเจ็บรุนแรงบริเวณศีรษะ เช่น กระดูกขมับแตก (Temporal bone fracture) หรือการบาดเจ็บจากความร้อน เช่น สะเก็ดไฟจากการเชื่อมโลหะกระเด็นเข้าหู อาจทำให้แก้วหูและโครงสร้างภายในหูได้รับความเสียหาย
อาการแก้วหูทะลุ มีอะไรบ้าง?
อาการของแก้วหูทะลุอาจแตกต่างกันไปตามสาเหตุและความรุนแรง บางรายโดยเฉพาะรูทะลุที่เป็นมานานอาจแทบไม่มีอาการ อาการที่พบได้ เช่น
ปวดหูอย่างฉับพลันขณะเกิดการบาดเจ็บ (ในกรณีหูชั้นกลางอักเสบ อาการปวดมักทุเลาลงหลังแก้วหูทะลุและมีหนองไหลออก)
หูอื้อ หรือรู้สึกว่าหูอุดตัน
ได้ยินเสียงเบาลงหรือได้ยินไม่ชัด
มีเสียงดังในหู เช่น เสียงวิ้ง หรือเสียงหึ่ง
มีน้ำ หนอง หรือเลือดไหลออกจากหู
เวียนศีรษะหรือเสียการทรงตัวในบางราย
หากมีอาการเหล่านี้ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ และหากมีอาการ ได้ยินลดลงมากอย่างฉับพลัน เวียนศีรษะบ้านหมุนรุนแรง คลื่นไส้อาเจียน หรือเสียการทรงตัว ควรพบแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจเป็นสัญญาณของการบาดเจ็บถึงหูชั้นใน
แก้วหูทะลุอันตรายไหม?
โดยทั่วไป แก้วหูทะลุไม่ได้ทำให้สูญเสียการได้ยินถาวรเสมอไป เพราะรูทะลุขนาดเล็กจากการบาดเจ็บส่วนใหญ่สามารถปิดและสมานตัวเองได้
อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงขึ้นอยู่กับ ขนาดและตำแหน่งของรู สาเหตุที่ทำให้แก้วหูทะลุ รวมถึงความเสียหายต่อโครงสร้างส่วนอื่นของหู
หากแก้วหูไม่สามารถสมานตัวเอง หรือมีการติดเชื้อร่วมด้วย อาจกลายเป็นหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง มีหนองไหลจากหูเป็น ๆ หาย ๆ และการได้ยินลดลงอย่างต่อเนื่อง ในบางรายอาจเกิดโรคคอเลสเตียโตมา (Cholesteatoma) ในหูชั้นกลาง ซึ่งค่อย ๆ ทำลายกระดูกหูและโครงสร้างข้างเคียง
ดังนั้น หากสงสัยว่าแก้วหูทะลุ ไม่ควรซื้อยาหยอดหูมาใช้เอง เนื่องจากยาหยอดหูบางชนิดอาจเป็นพิษต่อหูชั้นในเมื่อแก้วหูทะลุ และไม่ควรพยายามแคะหรือทำความสะอาดภายในหูด้วยตนเอง ควรได้รับการตรวจและประเมินโดยแพทย์ก่อน
แก้วหูทะลุรักษาอย่างไร?
การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ ขนาด และตำแหน่งของรูทะลุ ในกรณีรูทะลุขนาดเล็กจากการบาดเจ็บและไม่มีการติดเชื้อ แพทย์มักแนะนำให้เฝ้าติดตามอาการร่วมกับระวังไม่ให้น้ำเข้าหู เนื่องจากแก้วหูส่วนใหญ่สามารถสมานตัวเองได้
หากมีการติดเชื้อ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาหยอดหูชนิดที่ปลอดภัยต่อหูชั้นใน ร่วมกับการทำความสะอาดหูโดยแพทย์ และในบางกรณีอาจให้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน ส่วนกรณีที่รูทะลุไม่ปิดเองภายในประมาณ 3 เดือน มีหนองไหลซ้ำ หรือการได้ยินลดลงชัดเจน อาจพิจารณาการปิดรูแก้วหูด้วยแผ่นปะ (Paper patch) หรือการผ่าตัดปะแก้วหู (Myringoplasty / Tympanoplasty)
นอกจากนี้ แพทย์มักแนะนำให้ตรวจการได้ยิน (Audiometry) เพื่อประเมินระดับการได้ยิน และดูว่ามีการบาดเจ็บของหูชั้นในร่วมด้วยหรือไม่
ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อแก้วหูทะลุ?
ในช่วงที่แก้วหูยังไม่หาย ควรดูแลหูอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะ
หลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำเข้าหู เช่น ใช้สำลีอุดหูขณะอาบน้ำหรือสระผม
งดว่ายน้ำจนกว่าแพทย์จะประเมินว่าปลอดภัย
ไม่แคะหูหรือใช้คอตตอนบัดเข้าไปในช่องหู
ไม่หยอดยาเข้าหูเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรง ๆ หรือการบีบจมูกเป่าลมเพื่อปรับความดันหู
หลีกเลี่ยงเสียงดังและการสัมผัสเสียงรุนแรง
มาตรวจติดตามตามนัด เพื่อดูการสมานของแก้วหูและตรวจการได้ยินซ้ำ
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์?
หากมีอาการ ปวดหูอย่างรุนแรง ได้ยินลดลง มีเลือดหรือน้ำไหลออกจากหู หูอื้อหลังได้รับเสียงดังหรือการกระแทก เวียนศีรษะ มีไข้ร่วมกับปวดหู หรือใบหน้าอ่อนแรง/ปากเบี้ยว ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว รวมถึงกรณีที่มีน้ำหรือหนองไหลจากหูเป็น ๆ หาย ๆ แม้ไม่มีอาการปวด
การส่องตรวจหูและการตรวจการได้ยินช่วยให้ทราบว่าแก้วหูได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงใด และช่วยให้วางแผนการรักษาได้เหมาะสม
สรุป
แก้วหูทะลุเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่หูชั้นกลางอักเสบ การแคะหู การเปลี่ยนแปลงความดัน การถูกตบหูหรือแรงระเบิด ไปจนถึงอุบัติเหตุ แม้รูทะลุขนาดเล็กจำนวนมากสามารถหายได้เอง แต่ไม่ควรละเลย เพราะบางรายอาจมีการติดเชื้อ กลายเป็นหูน้ำหนวกเรื้อรัง หรือมีการได้ยินลดลงตามมา
หากมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการได้ยินหรือสงสัยว่าแก้วหูทะลุ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์หู คอ จมูก เพื่อประเมินสาเหตุและแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
Related Content
5 เคล็ดลับ เพื่อช่วยให้ลูกของคุณปรับตัวเข้ากับเครื่องช่วยฟังได้ มีเครื่องช่วยฟังสำหรับเด็กให้เลือกหลากหลายชนิด รวมถึงเครื่องช่วยฟังสีสันสดใส เมื่อเด็กๆ สามารถเลือกสิ่งที่ชอบและอยากใส่ได้ ก็จะช่วยให้พวกเขารู้สึกมีส่วนร่วมและมั่นใจในสุขภาพการได้ยินของตัวเอง
3 May 2025
โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือ Menieres disease เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของ หูชั้นใน ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการได้ยินและการทรงตัว สาเหตุสำคัญคือมีการสะสมของน้ำในหูชั้นในมากเกินไป (Endolymphatic hydrops) ทำให้ความดันในโพรงหูผิดปกติ ส่งผลให้เกิดความบกพร่องทั้งด้านการได้ยินและการทรงตัว โดยโรคนี้มักเกิดกับผู้ใหญ่อายุ 2050 ปี และพบได้ทั้งในเพศชายและหญิง
27 Sept 2025


